วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562

เร่งล่าโจรแต่งหญิง บุกปล้นทอง 215 บาท เหิมขู่ พนง. ไม่ทำตามจะกดบึม

เร่งล่าโจรแต่งหญิง บุกปล้นทอง 215 บาท เหิมขู่ พนง. ไม่ทำตามจะกดบึม



เฉลิมเกียรติ” ลงพื้นที่ตรวจสอบห้างบิ๊กซีพระราม 4 จุดเกิดเหตุคนร้ายแต่งกายเป็นหญิง สวมวิกปลอมบุกปล้นทอง มูลค่า 4 ล้านบาท สั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว พร้อมแกะรอยเส้นทางหลบหนีแล้ว
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เข้าตรวจสอบห้างเพชรทองออโรร่า ในห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาพระราม 4 ถนนพระรามที่ 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. จุดเกิดเหตุที่คนร้ายใช้ปืนจี้พนักงานชิงสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 215 บาท มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท หลบหนีไป เมื่อช่วงบ่ายวานนี้

โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้เข้าประชุมติดตามความคืบหน้าคดีกับชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมเปิดเผยว่า จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น พบคนร้ายก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนวินรถจักรยานยนต์ที่นำตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นเชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ โดยทำหน้าที่เพียงขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งคนร้ายที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ตามที่คนร้ายได้ว่าจ้างเท่านั้น
ขณะเดียวกันยังเชื่อว่าคนร้ายหลบหนีอยู่โดยรอบพื้นที่ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว พร้อมแกะรอยเส้นทางหลบหนี ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเทียบเคียงแผนประทุษกรรมของคนร้ายในการก่อเหตุกับพื้นที่อื่นๆ ด้วย
ขณะที่พนักงานร้านทอง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้เดินมาดูลาดเลา 2 ครั้ง โดยสังเกตเห็นว่าคนร้ายเป็นผู้ชาย แต่แต่งหน้าเป็นผู้หญิง ใส่วิกผมปิดบังใบหน้า สวมหน้ากากอนามัย แต่งกายมิดชิดผิดปกติ ก่อนจะเข้ามาใช้ปืนขู่ให้นำทองเส้นใหญ่ ใส่ถุงพลาสติก พร้อมขู่ว่าหากไม่ทำตามจะกดระเบิด ทำให้เกิดความกลัว จึงทำตามที่คนร้ายสั่ง ซึ่งได้ทองรูปพรรณน้ำหนัก 215 บาท ก่อนหลบหนีไป.

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก www.thairath.co.th

ลูกสาว-ผัวให้กำลังใจ หนิง แต่อาการเริ่มหนัก!

ลูกสาว-ผัวให้กำลังใจ หนิง แต่อาการเริ่มหนัก!





ยังนะ ยังไม่ดีขึ้น อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หลังจากที่ดาราดัง หนิง ปณิตา ต้องวูบแรงล้มหนักคาบ้าน จนต้องรีบหามเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว เพราะเครียดผสมกับได้รับรู้เรื่องราว (เซนเซอร์) ที่ทำให้จิตใจเพลียแรง ต้องท้อแท้หนัก! เลยทำให้วูบหนัก! 


เพื่อนสาวคนสนิทสุดๆ อีกคนของหนิง ให้สัมภาษณ์ลึกๆ กับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ "เพิ่งไปเยี่ยมหนิงมา ตอนนี้ขยับตัวไม่ค่อยได้ ด้านหลังเริ่มมีแผลกดทับแล้ว เพราะนอนนาน และปัสสาวะไม่ออก ต้องนั่งนานมากๆ (ลากเสียงยาวเหยียด) ไปพูดคุยด้วยให้ผ่อนคลาย ถึงจะปัสสาวะออกมาได้ คือเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และต้องกินยาถ่าย เพราะที่ผ่านมาหลายวันไม่ได้ถ่าย ส่วนขาต้องเริ่มทำกายภาพแล้ว"

ชาวเม้าท์หลายคนเริ่มๆ คาใจ เริ่มจับผิดหนิงแล้ว เอ๊ะๆ อ๊ะๆ ป่วยหนักจริงหรือไม่ "ไม่ต้องห่วงเราก็นักจับผิดอยู่แล้ว เรายังเอ๊ะเลยว่า ป่วยหนักจริงหรือเปล่า แต่พอไปเห็นสภาพจริงๆ หนิงป่วยหนักจริง (เน้นเสียงดังๆ) คือลุกไม่ขึ้นเลย ช่วงคอจะเจ็บหนักเลย ต้องให้พยาบาลมาประคองอยู่ตลอด ดูจากอาการและหมอบอกเอง น่าจะหยุดพักนาน ยังไม่กำหนดกลับบ้าน หนิงก็ห่วงงานด้วยไง อยากหายไวๆ จะได้กลับมาทำงานต่อ

"น้องณิรินและจินสามีก็มาเยี่ยม เป็นอีกกำลังใจอย่างดีให้หนิง ที่สำคัญเลยหนิงเครียดเรื่อง (เซนเซอร์) ก็เลยยิ่งทำให้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นไปอีก คือกายป่วยก็หนักแล้ว ยิ่งใจมาป่วยหนักกว่า ยิ่งรักษาได้ยาก ก็พยายามบอกหนิง ว่าให้ปล่อยวางได้แล้ว เราเคยบวชมาแล้ว อะไรๆ ที่พอจะปล่อยวางได้ ก็ปล่อยๆ ไปบ้าง".
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก www.thairath.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562

สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "ยุบพรรคไทยรักษาชาติ"

สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "ยุบพรรคไทยรักษาชาติ"



สรุปคำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ ชี้เป็นการนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเป็นฝักฝ่ายในทางการเมือง

ประเด็นที่ 1 ยุบพรรคไทยรักษาชาติ -กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ย่อมทราบดีว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแม้ทรงกราบถวายบังคมลา แต่ยังคงดำรงเป็นสมาชิกพระบรมราชจักรีวงศ์



-การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติเป็นการนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเป็นฝักฝ่ายในทางการเมือง

-เป็นการกระทำที่คนไทยทั่วไปรู้สึกได้ว่า สามารถทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ต้องถูกนำมาใช้เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองอย่างแยบยล

-เป็นการมุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียสถานะที่ต้องอยู่เหนือการเมือง และดำรงความเป็นกลางในทางการเมือง

-เข้าลักษณะของการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างชัดแจ้ง

-มีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ประเด็นที่ 2 เพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี

-เมื่อผู้ถูกร้องกระทำการอันเป็นเหตุให้ต้องถูกยุบพรรค และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค จึงชอบที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคผู้ถูกร้องที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ 8 ก.พ2562 อันเป็นวันที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรค

-การกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการกระทำที่เป็นเพียง "อาจ" เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยังไม่ถึงขนาดที่เป็นการกระทำที่มีเจตนาจะล้มล้างการปกครอง

-การกระทำเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรียังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อระบอบการปกครอง

-เมื่อพิจารณาความสำนึกรับผิดชอบของกรรมการบริหารพรรค ที่น้อมรับพระบรมราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ภายหลังจากได้รับทราบ แสดงให้เห็นว่ายังมีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่

-เห็นสมควรกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค

ประเด็นที่ 3 ห้ามกรรมการบริหารพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิไปจดทะเบียนพรรคใหม่

-ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง บัญญัติว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง ห้ามมิให้ผู้เคยดำรงตำแหน่งพรรกการเมืองที่ถูกยุบไปจดทะเบียนพรรคขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองอีก



-บทบัญญัติกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้นเมื่อศาลสั่งยุบพรรคการเมืองแล้ว จึงต้องสั่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิไปจดทะเบียนพรรคขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือ มีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองอีกไม่ได้ในระยะเวลา 10 ปี


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก www.posttoday.com





ยุบ'ไทยรักษาชาติ'! ฐานทำ'สถาบัน'เสื่อม

ยุบ'ไทยรักษาชาติ'! ฐานทำ'สถาบัน'เสื่อม


เมื่อวันที่ 7 มี.ค. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในกรณีคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2561 มาตรา 92 ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

จากนั้น เวลา 15.00 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในกรณีดังกล่าว ว่า ศาลรัฐธรรมนูญตั้งประเด็นวินิจฉัย 3 ประเด็น โดยประเด็นแรก พิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญหมวดหนึ่งได้บัญญัติว่าพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไปทรงดำรงอยู่เหนือการเมือง ตามพระประสงค์ของพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เคยมีพระราชหัตถเลขาในเรื่องดังกล่าวไว้  จึงเป็นหลักการขั้นพื้นฐานของประเพณีการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่เหนือการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 6/2543 ว่า พระบรมวงศานุวงศ์ไม่อยู่ภายใต้บทบัญญัติที่กำหนดให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อ ในนามพรรคการเมืองเพื่อแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นๆในการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ให้พระบรมวงศานุวงศ์ใช้อำนาจทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลให้ประเพณีการปกครองระบบตามประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้เสื่อมทรามโดยปริยาย สั่นคลอนคติรากฐานที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์แต่ไม่ได้ทรงปกครอง แม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีสิทธิดำเนินกิจการทางการเมืองแต่ต้องอยู่บนความตระหนักว่าการกระทำนั้นต้องไม่ย้อนกลับมาทำลายหลักการของการปกครองระบบตามประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเสียเอง

ดังนั้นเมื่อการกระทำ ทษช. มีหลักฐานชัดเจนว่าได้กระทำไปโดยรู้สำนึก จึงเป็นการนำสมาชิกชั้นสูงเป็นฝักฝ่ายทางการเมือง เข้าลักษณะการกระทำ 92 ชัดแจ้ง จึงมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติตามมาตรา 92 วรรค 2 และสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค โดยเห็นว่าควรกำหนดเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง เพราะเป็นการกระทำที่อาจจะเป็นปฏิบักษ์ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนเป็นการล้มล้างการปกครอง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dailynews.co.th

ยุบ "ไทยรักษาชาติ" เปิดชื่อ 13 กรรมการบริหารหมดอนาคตทางเมือง

ยุบ "ไทยรักษาชาติ" เปิดชื่อ 13 กรรมการบริหารหมดอนาคตทางเมือง





เปิดรายชื่อ 13 คณะกรรมการบริหาร "พรรคไทยรักษาชาติ" ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค จากกรณี บิ๊กเซอร์ไพรส์เลือกตั้ง62...
จากกรณี ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดี ยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่งคำร้อง กรณีบิ๊กเซอร์ไพรส์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2562 ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ทั้งหมดถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีนั้น


สำหรับ พรรคไทยรักษาชาติ มีคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งหมด 13 คน ประกอบด้วย 1. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคฯ 2. น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคฯ 3. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรคฯ 4. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ 5. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคฯ 6. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคฯ 7. นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคฯ 8. นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรคฯ 9. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรคฯ 10. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรคฯ 11. นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคฯ 12. นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรคฯ และ 13. นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรคฯ อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรคฯ ลาออกก่อนวันที่ 8 ก.พ.2562 จึงไม่ถูกตัดสิทธิ


ขอขอบคุณ www.thairath.co.th


อัพเดทอาการล่าสุดของ "หนิง ปณิตา" หลังเครียดหมดสติคาบ้านพัก มีคลิป

หนิง เผยนาทีวูบล้มตึงคาบ้าน ชาซีกขวา-เดินไม่ค่อยได้ เรียก ธัญญ่า คุยหลังไมค์(คลิป)


อาการยังไม่ปกติเผยนาทีวูบล้มคาบ้าน – หนิง ปณิตา วิดีโอคอล เข้ารายการดังที่ตัวเองเป็นพิธีกร เผยอาการล่าสุด ยังเดินไม่ค่อยได้ มีอาการชาซีกขวา ปัสสาวะเองไม่ออก แต่แขนขาเริ่มขยับดีขึ้น

โดย หนิงบอกว่า ไม่ได้ทำงานหนัก ก็ทำปกติ ยอมรับว่า 2 วันก่อนหน้าจะวูบล้ม นอนไม่พอ พยายามตรวจบท แก้บทละคร ตอนนี้ทำ เอ็มอาร์ไอ ซีทีสแกนแล้ว

เพราะหมอห่วงในสมองจะมีเลือดออก ก็ไม่พบมีเลือดออก เรื่องกระดูก เอ็มอาร์ไอ 2 รอบ ไม่มีปัญหาอะไร น่าจะปลอดภัย ล้มแล้วสะบัด กล้ามเนื้อไปกดทับปลายประสาทควบคุมซีกขวา

ตอนนี้ ลุกยืน เข้าห้องน้ำเอง หรือทำอะไรเอง ยังไม่ค่อยสะดวก หมอก็ยังให้นอนพัก โดย ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ กิ๊ฟต์ วรรธนะ เพื่อนพิธีกร เป็นห่วงหนิง โดยบอกว่า ไม่คิดว่าจะอาการถึงขนาดนี้ เพราะ ถาม จิน (จิน ธรรมวัฒนะ สามีหนิง) บอกอาการดีขึ้น ไม่กี่วันก็ออก

ด้าน เลขาฯ หนิง ปณิตา เผย หนิงขยับตัวได้มากกว่าเดิม แต่ยังคงต้องมีการกายภาพ และ นวดคลายเส้นอยู่ รวมถึงยังมีอาการปัสสาวะไม่ปกติ ทั้งนี้คุณหมออยากให้ช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่านี้ก่อน ถึงจะให้กลับบ้านได้
ขอขอบคุณ www.khaosod.co.th

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2562

เปิดประวัติ ลูกน้ำ ทิดาลัด วงสิลิ

‘ลูกน้ำ-ทิดาลัด’ ซุป’ตาร์เบอร์หนึ่งวงการบันเทิงลาว


สื่อออนไลน์หลายแห่งประเทศลาว นำเสนอเรื่องราวของ “ลูกน้ำ” ทิดาลัด วงสิลิ ดารา-นางแบบชื่อดังอันดับหนึ่งแห่งวงการบันเทิงลาว โดยระบุว่าลูกน้ำเป็นดาราที่สปอนเซอร์ต่างๆ ต้องการจ้างไปร่วมงานมากที่สุด เนื่องจากเป็นคนที่รักษาภาพพจน์ และวางตัวดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกับสื่อมวลชน หรือแฟนคลับ ทำให้ทั้งสื่อและแฟนคลับหลงรักเธอไปตามๆ กัน ส่งผลให้ลูกน้ำมีค่าตัวขึ้นเรื่อยๆ ด้วยผลงานต่างๆ ที่สปอร์เซอร์จ้างให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า

จากการสอบถามจากบุคคลใกล้ชิด ที่ดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกน้ำเกี่ยวกับรายได้รับงานต่างๆ ค่าพรีเซ็นเตอร์ต่อครั้ง ราคาอยู่ที่หลักล้านบาทขึ้นไป ส่วนการรับงานถ่ายรูปรีวิวต่างๆ ราคา 30,000 บาทขึ้นไป


สำหรับ “ลูกน้ำ” ทิดาลัด ปัจจุบันอายุ 23 ปี จบการศึกษาวิทยาลัยรัตนะ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เคยเข้าประกวดนางสาวลาวปี 2011 หรือพ.ศ.2554 คว้าตำแหน่งและมงกุฎในปีนั้นไปครอง ก่อนเข้าสู่วงการบันเทิง มีผลงานมากมาย เคยเป็นนางเอกมิวสิควิดีโอ “ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้อง-นักแสดงชื่อดังของไทยด้วย